Nautilus เป็นโปรแกรมสำหรับจัดการแฟ้มและโฟลเดอร์ต่างๆ ทั้งในเครื่องของคุณเองและในเครือข่าย มีความสามารถต่างๆ อยู่ในตัวเองอยู่แล้ว แต่ก็มีการใช้งานบางอย่างที่ต้องมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก หรือต้องใช้ความสามารถของโปรแกรมอื่นจึงจะสามารถทำงานนั้นได้ แต่เราก็มีวิธีที่จะเพิ่มเติมเสริมสร้างความสามารถต่างๆ ของ Nautilus ที่ขาดหายไปหรือมีขั้นตอนยุ่งยาก ได้ด้วยโปรแกรม Nautilus Actions

Nautilus Actions เป็นโปรแกรมที่ใช้ช่วยเพิ่มความสามารถในด้านต่างๆ ให้กับ Nautilus ติดตั้งได้โดยตรงจาก Synaptic โดยความสารถหรือฟังก์ชัน ที่เพิ่มให้กับ Nautilus จะเป็นการเรียกใช้งานโปรแกรมอื่นหรือคำสั่งในเทอร์มินัล ผ่านการคลิกขวาที่ใน Nautilus การเลือกไฟล์แล้วคลิกขวา หรือการเลือกโฟลเดอร์แล้วคลิกขวา ก็จะมีรายการของฟังก์ชันที่เราสามารถเรียกใช้งานได้เพิ่มเข้าจากรายการคลิก ขวาปกติ ความสารถหรือฟังก์ชันที่เราจะเขียนนั้นก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานแต่ละท่านว่า ต้องการจะเพิ่มฟังก์ชันอะไรบ้าง

Nautilus Actions

แนะนำการสร้างฟังก์ชัน
เปิด Nautilus Actions (โปรแกรมอยู่ที่ ระบบ > การกำหนดค่าปฎิบัติการของ Nautilus) คลิกเพิ่ม
ป้ายชื่อ: จะเป็นการตั้งชื่อที่จะแสดงเมื่อคลิกขวา
คำแนะนำเครื่องมือ: เป็นการเขียนแนะนำหรืออธิบายความสามารถของฟังชั่นนั้น
ไอคอน: เลือกไอคอนที่ใช้แสดงนำหน้าฟังชันที่สร้างขึ้น
คลิกเลือก Main > แก้ไข
พาธ: เป็นการระบุคำสั่ง
พารามิเตอร์: พารามิเตอร์ต่างของคำสั่ง
ที่เงื่อนไข
ชื่อแฟ้ม: ระบุชนิดของแฟ้มที่จะให้มีการแสดงฟังก์ชันนั้นเมื่อคลิกขวา

ผมก็ขอแนะนำตัวอย่างฟังก์ชันที่ผมใช้งานอยู่ให้คุณได้ลองนำไปใช้ หรือนำไปดัดแปรงให้เหมาะสมกับการใช้งานของตัวเอง ดังนี้
  1. sudo nautilus เป็นฟังก์ชันที่ใช้สำหรับการเปิดโฟลเดอร์ที่เลือกด้วยสิทธิรูท ปกติเราจะเรียกเปิดโฟลเดอร์ด้วยสิทธิรูทเราจะต้อง ใช้คำสังในเทอร์มินัลดังนี้ (สมมุติต้องการเปิด /usr/share ด้วยสิทธิรูท) "sudo nautilus /usr/share" แต่ถ้าเราใช้ Nautilus Actions ใน Nautilus เราก็ไปที่ /usr เลือกโฟลเดอร์ share คลิกขวาเลือก sudo nautilus ก็จะเป็นการเปิดโฟลเดอร์ share ด้วยสิทธิรูท
    ชื่อคำสั่ง: sudo nautilus
    พาธ: gksu
    พารามิเตอร์: nautilus %u
    เงื่อนไข: โฟลเดอร์เท่านั้น
  2. chmod execute เป็นฟังก์ชันที่ใช้สำหรับอนุญาตให้เรียกใช้แฟ้มเป็นโปรแกรม โดยปกติจะต้องเลือกแฟ้มคลิกขวาเลือกคุณสมบัติเลือกแท็บสิทธิ และก็เลือกอนุญาตให้เรียกใช้แฟ้มเป็นโปรแกรม แต่เมื่อใช้คำสั่งนี้แล้วเลือกแฟ้มคลิกขวาอนุญาตได้เลย
    พาธ: chmod
    พารามิเตอร์: +x %M
    เงื่อนไข: แฟ้มเท่านั้น
    ชื่อแฟ้ม: *.py ; *.sh ; *.c ;
  3. move to xxx เป็นฟังก์ชันที่ใช้สำหรับย้ายแฟ้มหรือโฟลเดอร์ ไปยังตำแหน่ง xxx โดยเราสามารถกำหนดชนิดของแฟ้มให้ตรงกับตำแหน่งที่จะย้ายไปได้
    พาธ: MV
    พารามิเตอร์: %M /home/bb/เอกสาร
    เงื่อนไข: แฟ้มเท่านั้น
    ชื่อแฟ้ม: *.txt ; *.pdf ; *.py ; *.c ; *.zip ; *.rar ; *.doc ; *.ppt
    โดยถ้าเราเปลี่น ชื่อแฟ้มเป็น: *.mp4 ; *.mov ; *.mpg ; *.3gp ; *.avi ; *.ogv
    พารามิเตอร์เปลี่นเป็น: %M /home/bb/วีดิทัศน์
    เราก็จะได้ฟังก์ชันที่ใช้สำหรับย้ายแฟ้มไปโฟลเดอร์วีดิทัศน์
  4. หมุนภาพไป 90° เป็น ฟังก์ชันที่ใช้สำหรับหมุนรูปภาพตามเข็มนาฬิกาไป 90° โดยจะเป็นการเรียกใช้โปรแกรม ImageMagick ซึ่งต้องติดตั้งก่อนจึงจะสามารถใช้งานได้ ติดตั้งได้โดยตรงจาก Synaptic โปรแกรม ImageMagick นั้นมีความสามารถมากมาย ดูตัวอย่างการใช้งานได้ที่ http://www.imagemagick.org/Usage/ โดยผมจะขอนำฟังก์ชันหมุนรูปภาพมาใช้
    พาธ: convert
    พารามิเตอร์: -rotate 90 %M %M (ถ้าหมุนกลับเปลี่ยนเป็น -90)
    เงื่อนไข: แฟ้มเท่านั้น
    ชื่อแฟ้ม: *.jpg ; *.png ; *.gif ;
  5. resize เป็นฟังก์ชันที่ใช้สำหรับปรับขนาดรูปภาพ โดยจะเป็นการเรียกใช้โปรแกรม ImageMagick เช่นเดียวกัน
    พาธ: convert
    พารามิเตอร์: %M -resize 30%% %M (ปรับขนาดเหลือ 30%)
    เงื่อนไข: แฟ้มเท่านั้น
    ชื่อแฟ้ม: *.jpg ; *.png ; *.gif
  6. vdo to mp3  เป็น ฟังก์ชันที่ใช้สำหรับคัดลอกข้อมูลเสียงจากไฟล์ vdo แบบต่างๆ ไปเป็นไฟล์เสียงแบบ .mp3 โดยจะเป็นการเรียกใช้โปรแกรม ffmpeg ซึ่งต้องติดตั้งก่อนจึงจะสามารถใช้งานได้ ติดตั้งได้โดยตรงจาก Synaptic โปรแกรม ffmpeg นั้นมีความสามารถมากมาย ดูตัวอย่างการใช้งานได้ที่ http://ffmpeg.org/ffmpeg-doc.html โดยผมจะขอนำฟังก์ชันการคัดลอกข้อมูลเสียงมาใช้
    พาธ: ffmpeg
    พารามิเตอร์: -i %M -acodec copy %M.mp3
    เงื่อนไข: แฟ้มเท่านั้น
    ชื่อแฟ้ม: *.flv ; *.mkv ; *.DAT ; *.avi

 

ต่อเนื่องกันต่อจากบล็อกที่แล้ว ที่ได้พูดถึงสิ่งที่ผู้ใช้งานหน้าใหม่ควรจะรู้ ก่อนที่จะมาใช้งานอูบุนตู ในบล็อกนี้ก็จะขอแนะนำการปรับแต่งให้อูบุนตูใช้งานได้ง่ายขึ้น เหตุที่ต้องมีการปรับแต่งก็เพราะค่าต่างๆที่ได้จากการติดตั้งอูบุนตูในครั้งแรกนั้น เป็นการตั้งค่ามาในแบบกลางๆมีขาดบ้างดีบ้างแล้วแต่ใครชอบ แต่เราก็สามารถที่จะปรับแต่งอูบุนตูให้เป็นไปในแบบที่เราต้องการได้ ใครที่เคยเห็นอูบุนตูของคนที่มีการปรับแต่งกันแบบสุดๆน้อยคนนักที่ไม่คิดจะหามาลอง ในวันนี้ผมจะขอแนะนำการปรับแต่งอูบุนตูแบบเบื้องต้นเพื่อให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น และดูดีขึ้นเล็กน้อยแต่ความสามารถยังคงดีอยู่เหมือนเดิม มาดูกันเลยครับ

  1. การติดตั้ง ผมจะขอไม่พูดลงในรายละเอียดในเรื่องนี้เพราะมีคนแนะนำและเขียนบทความแนวนี้อยู่มากแล้ว แต่จะมีข้อแนะนำเล็กน้อยคือ ในตอนที่ให้เราแบ่งพาททิชั่นให้ท่านแบ่งด้วยตัวเอง และให้แยกไดร์โฮมออกมา /home เพื่อว่าตอนที่เราติดตั้งอูบุนตูเวอร์ชันใหม่ค่าต่างๆ ที่เราปรับแต่งใว้รวมถึงงานของเราด้วยจะได้ยังคงอยู่ไม่ต้องมาตั้งค่าใหม่อีก แต่ถ้าท่านไม่ได้แยก /home ออกมา ถ้าติดตั้งอูบุนตูเวอร์ชั่นใหม่ก็ให้แบ็กอัพไดร์โฮมเอาใว้ หรือจะใช้วิธีอัพเกรดโดยตรงจากบนอินเทอร์เน็ตก็ได้
  2. เมื่อเราติดตั้งอูบุนตูเสร็จสิ่งแรกที่ต้องทำ คือหาวิธีเชื่อต่อกับอินเทอร์เน็ตให้ได้ หลังจากนั้นก็ให้ทำการอัพเกรดระบบให้เป็นเวอร์ชันใหม่สุด ทำได้หลายวิธีแต่ขอแนะนำให้ใช้ synaptic ในอูบุนตูจะมีระบบแจ้งเตือนการอัพเกรด อยู่บนพาเนลด้านบนขวามือของท่าน เมื่อเราคลิกเข้าไปก็จะมีหน้าต่างแสดงรายระเอียดต่างๆข้องโปรแกรมที่สามารถอัพเกรดได้ เราสามารถอัพเกรดได้โดยตรงจากหน้าต่างนี้ แต่ระบบนี้มันไม่ดีพอสำหรับผม เพราะในการอัพเดตรายการโปรแกรมที่สามารถอัพเกรดได้ จะมีการใช้งานของซีพียูที่สูง (เครื่องผมมันไม่แรง) และเวลาที่มีการอัพเดตระบบจะเป็นตัวจัดการเอง ทำให้บางครั้งเราทำงานอื่นอยู่แล้วมีการอัพเดตขึ้นมาทำให้เราเสียอารมณ์ได้ หรือถ้าใครไม่รู้ก็จะเข้าใจเอาได้ว่าระบบมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ทำไม่เครื่องถึงได้ทำงานช้าลง โดยส่วนตัวผมจึงแนะนำให้ปิดระบบนี้เสีย ทำได้โดยไปที่ ระบบ > ปรับแต่งพื้นโต๊ะ > โปรแกรมเริ่มวาระ เอาโปรแกรมแจ้งเตือนการปรับปรุงออก ก็จะเป็นการปิดระบบการแจ้งเตือน และการอัพเกรดเราจะใช้ synaptic

    เครื่องมือจัดการแพกเกจ Synaptic

    ทำได้โดยไปที่ ระบบ > ดูแลระบบ > เครื่องมือจัดการแพกเกจ synaptic จะมีไดอะล็อกบล็อกขึ้นมาถามรหัสผ่านให้พิมพ์รหัสของท่านลงไป โปรแกรม synaptic จะเปิดขึ้นมา ให้คลิกที่ สถานะ > เรียกใหม่ จะมีการอัพเดตรายการโปรแกรมต่างๆ เมื่อเสร็จแล้วให้คลิกที่ ติดตั้งแล้ว (ปรับปรุงได้อีก) จะแสดงรายการแพคเกจที่เราสามารถอัพเกรดได้ ให้เลือกได้ตามความต้องการของท่านโดย คลิกขวาที่แพกเกจที่เลือก > เลือกให้ปรับรุ่นขึ้น > กระทำ ก็จะเป็นการอัพเกรดรายการแพคเกจให้เป็นเวอร์ชันใหม่
  3. ปรับแต่งหน้าตา ทำได้โดย คลิกขวาที่เดสก์ท็อป>เปลี่ยนพื้นหลัง จะมีหน้าต่างปรับแต่งรูปโฉมมาให้กำหนดค่า
    • ที่ชุดตกแต่งหรือธีมนั้นจะมีให้เลือกเปลี่ยนอยู่ประมาณ 9 ชุดด้วยกันเลือกได้ตามความชอบของท่าน แต่ถ้าท่านไม่ชอบสามารถไปหาโหลดธีมที่ท่านชอบได้ที่ www.gnome-look.org เมื่อโหลดมาแล้วให้ติดตั้งโดย ที่หน้าต่าง ปรับแต่งรูปโฉม > ชุดตกแต่ง > ติดตั้ง > เลือกธีมที่ท่านโหลดมา ก็จะเป็นการเพิ่มธีมเข้ามาในระบบ ยังไม่จบเรายังสามารถเลือกส่วนต่างๆของธีมที่เราชอบมาผสมกันได้ในแบบที่เราต้องการ ทำให้เราได้ธีมทีมีความเหมาะสมกับเรามากขึ้น (ผมก็ใช้แบบนี้อยู่) ทำได้โดย ชุดตกแต่ง > ปรับเลือก > เลือกได้ตามใจ ท่านจะเอาอะไรผสมกับอะไรก็ได้เสร็จแล้วบันทึกเป็น เพื่อเก็บค่าที่ท่านได้เลือกใว้เพื่อความสะดวกในการใช้งานของท่านเอง ปรับแต่งชุดตกแต่งเอง
    • พื้นหลัง เราสามารถเปลี่ยนพื้นหลังของเดสก์ท็อปได้ที่นี่ โดยการเพิ่มรูปเข้ามาแล้วเลือกได้ตามใจชอบ
    • แบบอักษรก็ไม่มีอะไรมากเลือกได้ตามใจอีกเช่นกัน แนะนำฟอนต์ภาษาไทยที่สวยๆเช่น "Sans" "Loma" "Kinnari" "DejaVu Sans" หรือจะเป็นแบบลายมือต้อง Purisa ของผมใช้ Sans ปรับแต่งรูปโฉม
    • ติดต่อผู้ใช้ ที่ฉลากของปุ่มเครื่องมือให้เลือกเป็น ไอคอนเท่านั้น เพื่อเพิ่มพื้นที่การทำงาน
    • แสดงลูกเล่น จะใช้ได้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการ์ดจอของท่านว่าไดร์เวอร์มีปัญหาหรือเปล่า ถ้าไม่มีก็สามารถเปิดใช้งานได้ เดียวจะเขียนอธิบายในส่วนนี้อีกที
  4. ปรับแต่ง Nautilus โปรแกรมจัดการไฟล์ สิ่งแรกที่ผมทำคือปิดช่องด้านขข้างเนื่องจากใช้งานน้อยแต่กินพื้นที่มาก ที่มีประโยชน์มากก็จะเห็นเป็นมุมมองในแบบต้นไม้ที่ช่วยให้การย้ายไฟล์ไปมาทำได้สะดวก เนื่องจากไม่คอยได้ใช้ก็เลยต้องปิด ทำได้โดย F9 หรือจะเปิดก็ F9 อีกครั้ง ต่อด้วยการเปลี่ยนพื้นหลัง Nautilus เหตุที่ต้องเปลี่ยนก็เพื่อให้เห็นถึงความแตกต่างในการเรียกใช้งาน Nautilus ระหว่างผู้ใช้ธรรมดากับผู้ดูแลระบบหรือรูทนั่นเอง ถ้าหากไม่มีการเปลี่ยนจะแยกไม่ออกอาจทำอะไรผิดพลาดได้ด้วยความไม่ระมัดระวังของตัวเราเอง

    พื้นหลังและตรา

    ทำได้โดย เมนูแก้ไข > พื้นหลังและตรา จะใช้แบบสีหรือลวดลายก็ได้ตามใจชอบให้ลากลายที่เลือกไปวางใน Nautilus เมื่อก่อนนั้นผมใช้แบบสีแต่เดียวนี้มาใช้แบบลวดลายแล้ว ผมใช้ลายผ้าป่าน
  5. ปรับแต่ง Gedit โปรแกรมแก้ใชข้อความ ด้วยจุดประสงค์เดียวกันกับ Nautilus จึงมีการเปลี่ยนชุดสี ทำได้โดย เมนูแก้ไข > ปรับแต่ง > แบบอักษรและสี > เลือกตามชอบ ผมใช้ oblivion ส่วนค่าอื่นๆนั้นตามความเหมาะสมของท่าน
  6. เทอร์มินัล ไม่มีความแตกต่างระหว่างผู้ใช้ธรรมดากับรูท แต่พื้นขาวตัวอักษรสีดำมันไม่แนวเลยต้องเปลียน ทำได้โดย เมนูแก้ไข > ปลับแต่งโปรไฟล์ > สี > เอาสีจากชุดตกแต่งระบบออก > เลือกชุดรูปแบบสีหรือจะกำหนดเองก็ได้ ของผมใช้ชุดสีเขียวบนพื้นดำ
  7. ปรับแต่งพาเนล เราสามารถเพิ่มหรือลบพาเนลได้ applet ต่างๆหรือปุ่มเรียกโปรแกรมสามารถเพิ่มลบหรือย้ายไปยังตำแหน่งต่างๆได้ โดยจะขึ้นอยู่กับผู้ใช้แต่ละคนว่าจะปรับแต่งแบบใหน ที่จะแนะนำคือ
    ให้สร้างปุ่มเรียกโปรแกรมที่ใช้บ่อยเช่นโปรแกรม Firefox Synaptic เทอร์มินัล มาใว้บนพาเนล ทำได้โดยไปที่ โปรแกรม > แล้วเลือกโปรแกรมที่ใช้บ่อย > คลิกแล้วรากไปวางลงบนพาเนล > คลิกขวาบนปุ่มที่ลากมา>เลือกย้าย > จัดหาตำแหน่งที่ต้องการ
    ปรับแต่งพาเนล
    ให้เพิ่ม applet ที่สำคัญลงไปบนพาเนลแล้วเอาที่ไม่ใช้ออก ที่สำคัญสำหรับผมก็มี ทรัพยากรระบบ, บังคับออก, music applet
  8. ปรับแต่ง applet ทรัพยากรระบบ โดยค่าเริ่มต้นจะมีการแสดงค่าเฉพาะของซีพียูเท่านั้นซึ่งไม่เพียงพอ เราจึงต้องเพิ่มการแสดงค่าอื่นด้วย ทำได้โดย คลิกขวาที่ทรัพยากรระบบ > ปรับแต่ง > เพิ่มในส่วนที่ท่านต้องการ ปรับความกว้างและเวลาที่ใช้อัพเดตข้อมูล (เวลาของผมใช้ 1500 เพื่อลดการอัพเดตข้อมูลลงจะได้ไม่โหลดเครื่อง) และต่อด้วยการเปลี่ยนสี สีที่ระบบตั้งหาให้นั้นค่าต่างๆสีจะไกล้เคียงกันมากทำให้ดูค่ายากเลยต้องเปลี่ยนก็เลือกกันตามความชอบ

    ปรับแต่ง applet ทรัพยากรระบบ

  9. ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ทำงานเสมือน สิ่งนี้มีประโยชน์มากช่วยให้เราจัดการหน้าต่างงานได้ดีขึ้นเพราะเราไม่ต้องย่อหน้าต่างลงมาแต่เรากระจายหน้าต่างงานต่างๆไปยังอีกพื้นที่หนึ่งเมื่อมีการสลับเรียกใช้หน้าต่างก็ไม่ต้องมาย่อหน้าต่างลงให้สลับพื้นที่ทำงานแทนซึ่งทำได้เร็วกว่าการย่อแล้วขยายหน้าต่างขึ้นมา ท่านสามารถทดสอบดูได้ด้วยตัวของท่านเองว่าจริงหรือเปล่า
  10. เปิดใช้และปรับแต่ง compiz การ์ดจอที่เราใช้ต้องรองรับการทำงานนี้ ผมใช้การ์ดจอของ nvidia Fx 5200 ก็ใช้งานได้ดีพอสมควร  ไดร์เวอร์ของ intel นั้นจะมาพร้องกับเคอร์เนลของลีนุกซ์อยู่แล้วจึงไม่น่าจะมีปัญหา ของ ati ผมไม่มีใว้ในงานเลยให้คำตอบไม่ได้ ระบบเขาแนะนำให้ใช้ Hardware driver ในการเลือกติดตั้งไดร์เวอร์ เพราะมันจะเลือกไดร์เวอร์ที่เหมาะสมกับเครื่องของเรามาให้เราเลือกติดตั้ง แต่ตอนที่ผมติดตั้งในเครื่องมันไม่ยอมติดตั้งให้จึงต้องติดตั้งจาก synaptic แทน โดยเอาชื่อไดร์เวอร์ที่มีการเลือกใว้ให้ไปหาใน synaptic และนอกจากจะต้องลงไดร์เวอร์การ์ดจอแล้วยังต้องติดตั้ง ccsm (Compiz config settings manager)

    Compiz config settings manager

    เพื่อใช้ในการปรับแต่งค่าต่างๆของ compiz เราจะมาติดตั้งไดร์เวอร์ของการ์ดจอและ ccsm โดยเริ่มจาก เปิด synaptic > ที่ช่องค้นหาแบบเร็วพิมพ์ compiz > เลือก Compizconfig settings manager > คลิกขวาเลือกให้ติดตั้ง > กระทำ จะเป็นการติดตั้งโปรแกรม ccsm และติดตั้งไดเวอร์กาดจอ ให้พิมพ์ nvidia-glx เลือกติดตั้ง nvidia-glx-173 ตามที่ Hardware driver บอกมา หรือจะติดตั้งจาก Hardware driver เลยก็ได้
    เมื่อติดตั้งทุกอย่างครบแล้วก็ให้ไปเปิดใช้งานแสดงลูกเล่นตามในข้อสามก็จะสามารถใช้งานได้ และเราสามารถปรับแต่งเพิ่มเติมได้ด้วย ccsm โดยจะอยู่ที่ ระบบ > ปรับแต่งพื้นโต๊ะ > ccsm
  11. ปรับแต่งแมนูหลัก เหตุที่ต้องปรับแต่งเนื่องจากโปรแกรมบางตัวเราไม่ได้ใช้งานบ่อยเอาใว้ก็รกเปล่าๆเลยต้องเอาออก แต่เป็นแค่การซ่อนรายการโปรแกรมไม่ให้แสดงออกมา ถ้าจะมีการใช้งานก็สามารถเอากลับมาได้ ทำได้โดยไปที่ ระบบ > ปรับแต่งพื้นโต๊ะ > เมนูหลัก จะมีโปรแกรมที่ให้เราปรับแต่งเมนูหลัก ก็เลือกปรับตามการใช้งาน

    ปรับแต่งแมนูหลัก

การปรับแต่งทั้ง 11 ข้อนี้น่าจะทำให้ท่านใช้งานได้ง่ายขึ้น ก็ขอฝากให้ลองนำไปใช้ไปปฎิบัติกันดูจะทำให้ท่านเข้าใจและรักที่จะใช้อูบุนตูมากขึ้น

และในบล็อกต่อไปจะมาแนะนำเทคนิคการใช้งานโปรแกรมต่างๆที่ต้องใช้บ่อยให้ใช้งานกันได้อย่างเต็มทีเต็มความสามารถ ใครสนใจก็ติดตามได้ ของคุณอีกครั้งที่ท่านอ่านจบ

รถที่ดีต้องได้คนขับที่ดีถึงจะสามารถใช้ความสามารถที่มีอยู่ในรถได้อย่างเต็มที่ และผู้ขับที่ดีก็ต้องเข้าใจในลักษณะเฉพาะตัวของรถที่จะขับ รู้จักปรับตัวเองให้เข้ากับรถ

การจะใช้ลีนุกซ์ให้ได้ดีก็ต้องเช่นเดียวกันเราต้องเข้าใจในลักษณะเฉพาะตัวของลีนุกซ์เช่นเดียวกัน บางคนที่คิดจะหันมาลองใช้ลีนุกซ์อาจจะคิดว่ามันเหมือนกันกับวินโดวส์แต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่เช่นนั้น เพราะลีนุกซ์ไม่ใช่วินโดวส์ แต่ลีนุกซ์ก็ทำหน้าที่เดียวกันกับวินโดวส์ การใช้งานต่างๆจึงไม่ได้เหมือนกันเสียทีเดียวแต่ก็ไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้นเราจึงต้องมาเรียนรู้ลักษณะรูปแบบเฉพาะตัวของลีนุกซ์เพื่อให้สามารถปรับตัวมาใช้ลีนุกซ์ได้อย่างง่ายและเข้าใจ เพื่อนำไปสู่การใช้งานที่สูงขึ้นต่อไป โดยเราสามารถใช้ความรู้จากการที่เราเคยใช้วินโดวส์มาปรับตัวเพื่อใช้งานกับลีนุกซ์ได้

ผู้ใช้งานลีนุกซ์ที่ดี

สิ่งที่ผู้ใช้งานลีนุกซ์หน้าใหม่ต้องรู้ในเบื่องต้นก็ควรจะมีดังนี้ (อ้างอิงอูบุนตู 9.04)

  1. สิทธิของท่าน ผู้ใช้งานอูบุนตูที่ login เข้ามาในระบบจะมีสิทธิการใช้งานอยู่สองสิทธิคือ สิทธิผู้ใช้งานธรรมดาไม่มีสิทธิในการปรับปรุงระบบโดยรวม แต่สามารถปรับปรุงได้เฉพาะในส่วนของตนเองดท่านั้น ทำให้ไม่สามารถติดตั้งอัพเกรดถอดถอนโปรแกรม และแก้ไขแฟ้มที่อยู่นอกโฮมของท่านได้ (โฮมของท่านคือ: /home/ชื่อของท่าน) แต่ท่านสามารถที่จะเปลี่ยนสิทธิของท่านเป็นผู้ใช้งานที่ดูแลระบบได้ คือต้องใช้สิทธิรูท ถ้าท่านใช้สิทธิรูทท่านจะสามารถทำทุกอย่างที่ท่านต้องการได้ (โปรดใช้ความระมัดระวังในใช้งานของท่านด้วยสิทธิรูท) การใช้เทอร์มินัลเราใช้สิทธิรูทได้โดยการใช้คำสั่ง sudo นำหน้าคำสั่งที่ต้องการ เช่น "sudo apt-get install firefox" คือการใช้สิทธิรูทในการติดตั้งไฟร์ฟ็อกซ์ เมื่อรันคำสั่งดังกล่าวจะมีการถามรหัสผ่าน ให้พิมพ์รหัสที่ท่านใช้ในตอนติดตั้ง ในเทอร์มินัลการพิมพ์รหัสผ่านจะไม่มีการแสดงตัวอัษรใดๆทั้งสิ้น ขอเพียงให้ท่านพิมพ์ให้ถูกก็สามารถใช้คำสั้งดังกล่าวได้ (เหตุที่ไม่มีการแสดงตัวอักษรใดๆเลยมีผู้รู้บอกมาว่าป้องกันคนข้างๆแอบดูรหัสของเรา) และถ้าเราติดตั้งโปรแกรมผ่าน synaptic ในตอนเรียกโปรแกรมขึ้นมาก็จะมีไดอะล็อกบล็อกมาถามรหัสผ่านของรูทจากเรา และนี้ก็คือการสลับสับเปลี่ยนสิทธิของผู้ใช้งานธรรมดาและผู้ดูแลระบบ ในตอนที่เราใช้สิทธิรูทเราจะมีเวลาใช้งานด้วยสิทธินี้อยู่ 15 นาที สามารถติดตั้งโปรแกรมหรืองานอื่นๆได้โดยไม่ต้องสั่ง sudo นำหน้า แต่ถ้าหลังจากนั้นต้องใช้ sudo ก่อนตามเดิม เหตุที่ต้องมีระบบแบบนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของระบบทั้งจากผู้อื่นและจากตัวท่านเอง
  2. การแก้ไขไฟล์หรือการสร้างลบโฟลเดอร์ที่อยู่เหนือนอกจากโฮมต้องใช้สิทธิรูท เป็นธรรมดาเมื่อเราใช้งานแล้วมีปัญหา หลังจากสอบถามหาคำตอบกับผู้รู้แล้ว ถ้าเข้าแนะนำให้แก้ไขไฟล์ตรงนี้สร้างโฟล์เดอร์ตรงนั้นบางครั้งเขาอาจจะไม่ได้บอกว่าต้องทำอย่างไร เพราะถือกันว่าผู้ใช้งานต้องมีความรู้พื้นฐานตรงนี้อยู่แล้ว เมื่อผู้ใช้งานหน้าใหม่นำกลับมาทำแล้วไม่สามารถทำได้ ทำให้คิดและเข้าใจผิดได้ว่าลีนุกซ์ใช้งานยาก เรื่องมาก ผู้ให้คำตอบตอบไม่ชัดเจน และเมื่อถามหาวิธีการแก้ปัญหาพื้นฐานนี้ ผู้รู้ก็มักจะบอกให้ไปหาในกูเกิลหรือลองค้นหาเอาเองในเว็บบอร์ด เลยสร้างความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกันกับสองฝ่าย แต่สิ่งนี้ผู้ใช้งานก็ต้องเรียนรู้ในสิ่งที่ควรรู้ เข้าใจและใช้งานได้ถูกต้อง เหมือนเมื่อครั้งตอนที่ท่านหัดใช้วินโดวส์ครั้งแรก ว่าถ้าคัดลอกอะไรก็ให้เลือกแล้วกด Ctrl+c แล้วถ้าต้องการจะวางสิ่งที่คัดลอกมาก็ให้คลิกบริเวณที่ต้องการจะวางแล้วกด Ctrl+v สิ่งเหล่านี้ท่านก็ต้องเรียนรู้ใหม่ทำความเข้าใจกับมัน นำไปใช้งานให้ถูกต้องและก็ฝึกใช้จนเป็นนิสัย ในลีนุกซ์ก็เช่นเดียวกัน
    ขอกลับมาที่การแก้ไขไฟล์ การแก้ไขไฟล์ (นอกโฮมนะครับ) ให้ใช้โปรแกรมแก้ไขข้อความโดยเรียกด้วยสิทธิรูท เช่น มีการบอกให้แก้ไขไฟล์ menu.lst ที่อยู่ใน /boot/grub/ ทำได้โดย สั่ง "sudo gedit /boot/grub/menu.lst" ก็จะเป็นการเปิดไฟล์ menu.lst ด้วยสิทธิรูทที่อยู่ที่ /boot/grub/ ด้วยโปรแกรม gedit เท่านี้ท่านก็สามารถแก้ไขและบันทึกไฟล์ได้ หรือท่านจะเปิดผ่านโปรแกรมจัดการแฟ้มก็ได้ ให้สั่ง "sudo nautilus /boot/grub/" ก็จะเป็นการเปิดโปรแกรม nautilus ด้วยสิทรูทไปที่ /boot/grub/ ก็จะมีไฟล์ต่างๆที่อยู่ในโฟลเดอร์ให้เราเลือกดูไฟล์ที่ต้องการแล้วคลิกเปิดไฟล์นั้นด้วยโปรแกรมแก้ไขข้อความ ถ้ามีการให้สร้างโฟล์เดอร์ก็ให้คลิกขวาสร้างโฟลเดอร์ใหม่ได้เลย และใน nautilus ถ้าเราจะซ่อนไฟล์หรือโฟล์เดอร์ให้พิมพ์ จุดนำหน้าชื่อไฟล์นั้นเช่น ".firefox" เป็นการซ่อนโฟลเดอร์ firefox และถ้าต้องการดูไฟล์ที่ถูกซ่อนก็ให้กด Ctrl+h ซ่อนอีกครังก็กด Ctrl+h อีกครัง เพราะบางครั้งที่เรามีปัญหาแล้วผู้รู้ได้แนะนำให้แก้ไขไฟล์ที่อยู่ในโฟล์เดอร์ที่ถูกซ่อนอยู่ก็เป็นได้
  3. การใช้คำสั่งในเทอร์มินัล ผู้ใช้งานลีนุกซ์ต้องเรียนรู้คำสั่งพื้นฐานใว้บ้าง และต้องทำความเข้าใจในตัวคำสั่งและรูปแบบของคำสั่งให้ได้บ้างตามสมควร ถึงแม้ว่าจะมีโปรแกรมแบบกราฟฟิกให้ใช้งาน แต่บางครั้งงานบางอย่างการสั่งผ่านเทอร์มินัลก็ทำได้ดีและสะดวกกว่า
    คำสั่งพื้นฐานที่ต้องรู้ก็ได้แก่
    cd:ใช้ย้ายตำแหน่งการเรียกใช้งานคำสั่งเทอร์มินัล
    sudo:ขอใช้สิทธิรูท
    "sudo apt-get update":ใช้ปรับปรุงรายการโปรแกรม
    "sudo apt-get install xxx":ใช้ติดตั้งโปรแกรม xxx
    "sudo apt-get upgrade":ใช้อัพเกรดเวอร์ชันโปรแกรม xxx
    "sudo apt-get remove xxx":ใช้ถอดถอนโปรแกรม xxx
    "man xxx":เป็นการแสดงรูปแบบพารามิเตอร์ที่ใช้รวมกับคำสังและมีการอธิบายความหมายของค่าพารามิเตอร์ต่าง ซึ่งคำสั่งนี้จะช่วยเราได้มากในการเรียนรู้และนำไปใช้งานของคำสั่งต่างๆได้เป็นอย่างมาก เมื่อรันคำสั่งนี้แล้วจะมีข้อมูลอธิบายค่าต่างๆให้เราอ่านถ้าจะออกจากโหมดนี้ให้กดปุ่ม q ก็จะกลับมาทีบรรทัดคำสังตามเดิม
    "info xxx":เป็นการอธิบายเกี่ยวกับคำสั่ง xxx คลายกันกับคำสั่ง man
    ในเบื้องต้นผู้ใช้งานหน้าใหม่ก็ควรจะรู้และเข้าใจความหมายของคำสั่งเหล่านี้ก่อน จากนั้นค่อยเรียนรู้ในคำสั่งอื่นๆต่อไป โดยใช้คำสั่ง man และ info ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  4. การเรียกใช้คำสั่งให้ถูกที่ บ่อยครั้งที่ผู้ใช้งานหน้าใหม่ใช้งานแล้วเกิดปัญหาเมื่อไปสอบถามกับผู้รู้ก็ได้รับคำตอบว่าให้ใช้คำสั่งนี้คำสั่งนี้ เมื่อผู้ใช้งานหน้าใหม่นำไปใช้กลับใช้การไม่ได้ ถ้าคำสั่งถูกต้องก็มักจะมีปัญหามาจากตำแหน่งการรันคำสั่งนั้นไม่ตรงกับตำแหน่งที่ควรจะเป็น โดยเห็นได้บ่อยมากกับการที่ต้องโหลดไฟล์มาแล้วให้รันคำสังแตกไฟล์ออกมา แต่พอสั่งตามที่ผู้รู้ได้บอกกลับใช้งานไม่ได้ เพราะโดยปกติแล้วเมื่อเราเปิดเทอร์มินัลขึ้นมาตำแหน่งการเรียกใช้คำสั่งก็จะอยู่ที่ /home/bb (bb คือชื่อของท่าน) แต่ตอนที่ท่านโหลดไฟล์มาไฟล์ของท่านอยู่ที่หน้าเดสก์ท็อปหรือทีอื่นก็แล้วแต่ ทำให้เมื่อรันคำสั่งก็จะไม่เจอไฟล์ดังกล่าว แต่บางคนอาจโหลดไฟล์ใว้ในโฮมของตนแล้วรันคำสั่งก็ใช้งานได้ดี แต่พอมีเหตุการแบบนี้อีกแต่คราวนี้ไม่ได้โหลดไฟล์มาใว้ที่โฮมเมือรันคำสั่งกลับมีปัญหา เพราะครั้งแรกที่ไม่มีปัญหาเพราะท่านโชคดีแต่ท่านไม่เข้าใจในการใช้งานที่ถูกต้องเลยต้องมีปัญหาในครั้งที่สอง การแก้ปัญหาเหล่านี้ทำได้โดยย้ายไฟล์มาในตำแหน่งที่ถูกต้อง แต่งานบางอย่างเราย้ายไฟล์ไม่ได้ก็ต้องย้ายตำแหน่งการทำงานแทน (มันไม่มาหาเราเราก็ต้องไปหามัน) โดยใช้คำสั่ง cd ตามด้วยตำแหน่งที่จะไป เช่น "cd /home/bb/เดสก์ท็อป" เป็นการย้ายตำแหน่งการทำงานไปที่เดสก์ท็อป เมื่อรันคำสั่งก็จะไม่มีปัญหาแต่ประการใด
  5. การติดตั้งโปรแกรม ในอูบุนตูเราสามารถติดตั้งโปรแกรมได้หลากหลายวิธีมาก ที่ขอแนะนำ
    • "sudo apt-get install xxx" แบบใช้เทอร์มินัล ข้อดีทำงานได้เร็วไม่โหลดเครื่อง ใช้ได้ดีกับคนที่รู้จักชื่อโปรแกรมอยู่แล้ว หรือจากเว็บที่จะมีการบอกชื่อโปรแกรมที่ต้องติดตั้ง เราก็สามารถ Ctrl+c, Ctrl+v, enter ได้เลย แล้วรอตามความเร็วของอินเทอร์เน็ตที่ใช้ก็จะได้โปรแกรมมาใช้งาน
    • synaptic โปรแกรมช่วยติดตั้งโปรแกรมแบบกราฟฟิก ใช้งานง่ายมีช่องค้นหาทำให้หารายชื่อโปรแกรมที่ต้องการได้เร็ว มีการแบ่งแยกรายชื่อโปรแกรมที่ติดตั้งแล้ว สามารถอัพเกรดได้ ไม่มีการติดตั้ง ช่วยให้การติดตั้งอัพเกรดถอดถอนทำได้สะดวกรวจเร็ว แนะนำให้ใช้ synaptic เป็นโปรแกรมหลักในการเลือกติดตั้งโปรแกรม
    • ติดตั้งด้วย .deb ไฟล์ การติดตั้งแบบนี้คลายกับการติดตั้งโปรแกรมในวินโดวส์ คือ ต้องไปหาโหลด .deb ไฟล์เอาเอง ได้มาจะเก็บใว้ที่ไหนก็ได้ ให้ดับเบิลคลิกที่ไฟล์ก็จะมีโปรแกรมขึ้นมาทำการตรวจสอบไฟล์เมื่อพบว่ามีไฟล์อื่นๆครบตามที่ต้องการก็จะสามารถติดตั้งโปรแกรมดังกล่าวได้ แต่ถ้าไม่ก็ต้องหามาให้ครบ โดยการติดตั้งในรูปแบบนี้มีข้อดีคือเราสามารถคัดลอกไฟล์ .deb ไปลงที่เครื่องอื่นได้แบบเดียวกับไฟล์ติดตั้งของวินโดวส์ แต่ข้อเสียคือไม่สามารถอัพเกรดโปรแกรมได้และบางโปรแกรมต้องใช้ไฟล์ .deb หลายไฟล์จึงจะได้โปรแกรมครบตามที่ต้องการ

สิ่งควรรู้ห้าข้อนี้ถ้าท่านรู้เข้าใจและสามารถนำไปใช้งานได้อย่างถูกต้อง ท่านจะสามารถใช้งานลีนุกซ์ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และช่วยเหลือแนะนำผู้อื่น ได้อย่างสะดวกและรวจเร็ว

ก็ขอฝากใว้ให้ผู้ใช้งานลีนุกซ์หน้าใหม่และผู้ที่ให้ความสนใจในลีนุกซ์ได้ทำความเข้าใจในลักษณะเฉพาะเหล่านี้ใว้ด้วย ถ้าหากใช้งานแล้วมีปัญหาติดขัดอะไรตรงไหนก็สามารถไปตั้งกระทู้สอบถามปัญหาของท่านได้ที่เว็บบอร์ดของ ubuntuclub.com

ปล. ในบล็อกต่อไปจะมาแนะนำการปรับแต่งให้อูบุนตูใช้งานได้สะดวกขึ้น ใครสนใจก็รอติดตามได้ ขอบคุณที่ท่านอ่านจบ

รวมราคา AntiVirus

posted on 12 Sep 2009 15:03 by bbee in virus

โปรแกรมป้องกันไวรัสเป็นโปรแกรมที่สำคัญโปรแกรมสำหรับผู้ที่ใช้ระบบปฎิบัติการวินโดวส์ สาเหตุมาจากมีผู้ไม่หวังดีคอยหาชองทางโจมตีเราอยู่ ถึงแม้ว่าวินโดวส์จะออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยใหม่แต่ก็ยังดีไม่เท่าที่ควรและก็มีผู้ใช้บางกลุ่มได้ปิดความสามารถนี้ของวินโดวส์ลง เนื่องจากความไม่สะดวกในการใช้งาน ดังนั้นโปรแกรมป้องกันไวรัสจึงมีความสำคัญต่อความปลอดภัยของระบบเป็นอย่างมาก

จากบล็อกก่อนหน้านี้ได้เขียนถึงโปรแกรมตกแต่งภาพที่ให้ใช้งานได้ฟรีแล้วลองเทียบราคากับโปรแกรมที่ต้องเสียเงิน พบว่ามีค่าใช้จ่ายสูงมาก ในเว็บที่นำราคามาใช้อ้างอิงก็มีโปรแกรมป้องกันไวรัสจำหน่ายอยู่ด้วย ก็เลยอยากจะนำเสนอราคาของโปรแกรมป้องกันไวรัสให้ได้เลือกพิจาณากันดูว่าเราต้องมีค่าใช้จ่ายกันเท่าไรในการนำมาใช้งานอย่างถูกต้อง ส่วนผู้ที่เอาของเขามาใช้ฟรีๆถ้าหากเห็นราคาแล้วอยากหามาใช้ก็ลองไปดูที่เว็บผู้จำหน่ายได้แต่ถ้าเห็นราคาแล้วไม่เป็นที่พอใจก็ต้องระวังไวรัสกันให้ดีหน่อย ขนาดโปรแกรมป้องกันไวรัสเขายังแคร็กให้คุณใช้งานได้เขาจะไม่ลองฝังไวรัสใว้ในเครื่องของคุณบ้างหรือ ถ้าไม่อยากใช้รุ่นที่ต้องเสียเงินซื้อก็ให้ใช้ในรุ่นที่เขาให้ใช้ฟรีจะดีกว่า

ว่ามายาวมาดูกันดีกว่า ผมเข้าไปดูราคาวันที่ 12 กันยายน 2252 ในวันที่คุณอ่านบทความนี้ราคาอาจเปลี่ยนได้

Kaspersky

BitDefender

Norton

  • Norton Internet Security
    • Norton Internet Security 2009 1 User 990
    • Norton Internet Security 2009 3 Users 2790
  • Norton AntiVirus
    • Norton AntiVirus 2008 1 User 490
    • Norton AntiVirus 2009 1 User 890
  • Norton 360 All-in-one
    • Norton 360 All-in-one 3 Users 3290
  • Symantec EndPoint Protection
    • Symantec EndPoint Protection 11.0 - 5 Users Business Pack 4500
    • Symantec EndPoint Protection 11.0 - 10 Users Business Pack 6900
    • Symantec EndPoint Protection 11.0 - 25 Users Business Pack 25900

Trend Micro

Quick Heal

Panda

Nod32

  • Nod32 Antivirus
    • Nod32 Antivirus 3.0 1 Users 799

ข้อมูลจาก: http://www.selectmore.com

GIMP ( GNU Image Manipulation Program) เป็นโปรแกรมตกแต่งภาพที่มีความสามารถสูงสามารถใช้ตกแต่งรูปภาพของท่านได้ตามต้องการ เช่นเดียวกับที่ท่านใช้ Photoshop แต่ตัวโปรแกรม GIMP นั้นเราสามารถนำมาใช้งานได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายในการนำมาใช้งาน และสามารถทำงานบนระบบระบบปฎิบัติการอื่นๆได้ (windows, linux, mac) ทำให้ทุกคนสามารถนำไปใช้ได้อย่างสะดวก ซึ่งต่างจาก Photoshop ที่สามารถทำงานได้เฉพาะใน windows และ mac เท่านั้น และตัวโปรแกรม Photoshop นั้นก็ต้องมีค่าใช้จ่ายในการนำมาใช้งานที่สูงมากด้วย โดยราคาค่านำโปรแกรม Photoshop cs 4 มาใช้งานนั้นต้องมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 30,500 บาท ต่อผู้ใช้งาน 1 คน ต้องคิดดูกันเองก็แล้วกันนะครับว่าคุ้มค่ากับการลงทุนของเราหรือเปล่า แต่ถ้าใช้ Photoshop แบบลักของเขามาใช้ ถ้าเขาจับได้ขึนมาก็ต้องตัวใครตัวมันเราช่วยท่านไม่ได้เพราะท่านเลือกเอง

GIMP 2.6

มาว่ากันต่อที่  GIMP 2.8 ซึ่งจะออกมาให้ใช้กันในเร็ววันนี้ โดยในเวอร์ชันใหม่นี้ ตัวหน้าต่างของโปรแกรมจะเหลือเพียงอันเดียว จากที่เมื่อก่อนนั้นมีอยู่สามหน้าต่างด้วยกัน ในรูปแบบเดิมนั้นเวลาการจัดการกับหน้าต่างจะสร้างความสับสนให้กับผู้ใช้อยู่พอสมควร เช่นตอนเราเปิดใช้งานโปรแกรมอื่นอยู่ด้วย และตอนที่เราย่อหน้าต่าง GIMP ลง หน้าต่างเครื่องมือก็ไม่ได้มีการย่อลงด้วย และใน GIMP 2.8 ก็ยังได้มีการปรับปรุง UI ของตัวโปรแกรมในส่วนต่างๆให้ใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วย และยังมีการเพิ่มความสามารถในส่วนต่างๆเพิ่มขึ้นดังนี้

  • Layer Groups ทำให้เราจัดการกับเลเยอรได้เป็นระบบมากขึ้น
  • Rotating Brushes
  • Brush Dynamics
  • Resource Tagging สามารถเพิ่ม Tag ให้กับ brushes, fonts, patterns และอื่นๆ
  • Quick exporting to JPEG & PNG
  • Grouped layer modes by context
  • Vector Layers

ดูตัวอย่างของ export dialog

ดูตัวอย่างของ Layer Groups การเพิ่ม tag และการใช้ filter

ผมก็หวังว่า GIMP 2.8 ที่กำลังจะออกมาคงจะได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นนะครับ

ที่มา: http://d0od.blogspot.com

Recommend

Tags

Recommend