posted on 18 Sep 2009 13:30 by bbee in Linux
ต่อเนื่องกันต่อจากบล็อกที่แล้ว ที่ได้พูดถึงสิ่งที่ผู้ใช้งานหน้าใหม่ควรจะรู้ ก่อนที่จะมาใช้งานอูบุนตู ในบล็อกนี้ก็จะขอแนะนำการปรับแต่งให้อูบุนตูใช้งานได้ง่ายขึ้น เหตุที่ต้องมีการปรับแต่งก็เพราะค่าต่างๆที่ได้จากการติดตั้งอูบุนตูในครั้งแรกนั้น เป็นการตั้งค่ามาในแบบกลางๆมีขาดบ้างดีบ้างแล้วแต่ใครชอบ แต่เราก็สามารถที่จะปรับแต่งอูบุนตูให้เป็นไปในแบบที่เราต้องการได้ ใครที่เคยเห็นอูบุนตูของคนที่มีการปรับแต่งกันแบบสุดๆน้อยคนนักที่ไม่คิดจะหามาลอง ในวันนี้ผมจะขอแนะนำการปรับแต่งอูบุนตูแบบเบื้องต้นเพื่อให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น และดูดีขึ้นเล็กน้อยแต่ความสามารถยังคงดีอยู่เหมือนเดิม มาดูกันเลยครับ
- การติดตั้ง ผมจะขอไม่พูดลงในรายละเอียดในเรื่องนี้เพราะมีคนแนะนำและเขียนบทความแนวนี้อยู่มากแล้ว แต่จะมีข้อแนะนำเล็กน้อยคือ ในตอนที่ให้เราแบ่งพาททิชั่นให้ท่านแบ่งด้วยตัวเอง และให้แยกไดร์โฮมออกมา /home เพื่อว่าตอนที่เราติดตั้งอูบุนตูเวอร์ชันใหม่ค่าต่างๆ ที่เราปรับแต่งใว้รวมถึงงานของเราด้วยจะได้ยังคงอยู่ไม่ต้องมาตั้งค่าใหม่อีก แต่ถ้าท่านไม่ได้แยก /home ออกมา ถ้าติดตั้งอูบุนตูเวอร์ชั่นใหม่ก็ให้แบ็กอัพไดร์โฮมเอาใว้ หรือจะใช้วิธีอัพเกรดโดยตรงจากบนอินเทอร์เน็ตก็ได้
- เมื่อเราติดตั้งอูบุนตูเสร็จสิ่งแรกที่ต้องทำ คือหาวิธีเชื่อต่อกับอินเทอร์เน็ตให้ได้ หลังจากนั้นก็ให้ทำการอัพเกรดระบบให้เป็นเวอร์ชันใหม่สุด ทำได้หลายวิธีแต่ขอแนะนำให้ใช้ synaptic ในอูบุนตูจะมีระบบแจ้งเตือนการอัพเกรด อยู่บนพาเนลด้านบนขวามือของท่าน เมื่อเราคลิกเข้าไปก็จะมีหน้าต่างแสดงรายระเอียดต่างๆข้องโปรแกรมที่สามารถอัพเกรดได้ เราสามารถอัพเกรดได้โดยตรงจากหน้าต่างนี้ แต่ระบบนี้มันไม่ดีพอสำหรับผม เพราะในการอัพเดตรายการโปรแกรมที่สามารถอัพเกรดได้ จะมีการใช้งานของซีพียูที่สูง (เครื่องผมมันไม่แรง) และเวลาที่มีการอัพเดตระบบจะเป็นตัวจัดการเอง ทำให้บางครั้งเราทำงานอื่นอยู่แล้วมีการอัพเดตขึ้นมาทำให้เราเสียอารมณ์ได้ หรือถ้าใครไม่รู้ก็จะเข้าใจเอาได้ว่าระบบมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ทำไม่เครื่องถึงได้ทำงานช้าลง โดยส่วนตัวผมจึงแนะนำให้ปิดระบบนี้เสีย ทำได้โดยไปที่ ระบบ > ปรับแต่งพื้นโต๊ะ > โปรแกรมเริ่มวาระ เอาโปรแกรมแจ้งเตือนการปรับปรุงออก ก็จะเป็นการปิดระบบการแจ้งเตือน และการอัพเกรดเราจะใช้ synaptic
ทำได้โดยไปที่ ระบบ > ดูแลระบบ > เครื่องมือจัดการแพกเกจ synaptic จะมีไดอะล็อกบล็อกขึ้นมาถามรหัสผ่านให้พิมพ์รหัสของท่านลงไป โปรแกรม synaptic จะเปิดขึ้นมา ให้คลิกที่ สถานะ > เรียกใหม่ จะมีการอัพเดตรายการโปรแกรมต่างๆ เมื่อเสร็จแล้วให้คลิกที่ ติดตั้งแล้ว (ปรับปรุงได้อีก) จะแสดงรายการแพคเกจที่เราสามารถอัพเกรดได้ ให้เลือกได้ตามความต้องการของท่านโดย คลิกขวาที่แพกเกจที่เลือก > เลือกให้ปรับรุ่นขึ้น > กระทำ ก็จะเป็นการอัพเกรดรายการแพคเกจให้เป็นเวอร์ชันใหม่
- ปรับแต่งหน้าตา ทำได้โดย คลิกขวาที่เดสก์ท็อป>เปลี่ยนพื้นหลัง จะมีหน้าต่างปรับแต่งรูปโฉมมาให้กำหนดค่า
- ที่ชุดตกแต่งหรือธีมนั้นจะมีให้เลือกเปลี่ยนอยู่ประมาณ 9 ชุดด้วยกันเลือกได้ตามความชอบของท่าน แต่ถ้าท่านไม่ชอบสามารถไปหาโหลดธีมที่ท่านชอบได้ที่ www.gnome-look.org เมื่อโหลดมาแล้วให้ติดตั้งโดย ที่หน้าต่าง ปรับแต่งรูปโฉม > ชุดตกแต่ง > ติดตั้ง > เลือกธีมที่ท่านโหลดมา ก็จะเป็นการเพิ่มธีมเข้ามาในระบบ ยังไม่จบเรายังสามารถเลือกส่วนต่างๆของธีมที่เราชอบมาผสมกันได้ในแบบที่เราต้องการ ทำให้เราได้ธีมทีมีความเหมาะสมกับเรามากขึ้น (ผมก็ใช้แบบนี้อยู่) ทำได้โดย ชุดตกแต่ง > ปรับเลือก > เลือกได้ตามใจ ท่านจะเอาอะไรผสมกับอะไรก็ได้เสร็จแล้วบันทึกเป็น เพื่อเก็บค่าที่ท่านได้เลือกใว้เพื่อความสะดวกในการใช้งานของท่านเอง
- พื้นหลัง เราสามารถเปลี่ยนพื้นหลังของเดสก์ท็อปได้ที่นี่ โดยการเพิ่มรูปเข้ามาแล้วเลือกได้ตามใจชอบ
- แบบอักษรก็ไม่มีอะไรมากเลือกได้ตามใจอีกเช่นกัน แนะนำฟอนต์ภาษาไทยที่สวยๆเช่น "Sans" "Loma" "Kinnari" "DejaVu Sans" หรือจะเป็นแบบลายมือต้อง Purisa ของผมใช้ Sans
- ติดต่อผู้ใช้ ที่ฉลากของปุ่มเครื่องมือให้เลือกเป็น ไอคอนเท่านั้น เพื่อเพิ่มพื้นที่การทำงาน
- แสดงลูกเล่น จะใช้ได้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการ์ดจอของท่านว่าไดร์เวอร์มีปัญหาหรือเปล่า ถ้าไม่มีก็สามารถเปิดใช้งานได้ เดียวจะเขียนอธิบายในส่วนนี้อีกที
- ปรับแต่ง Nautilus โปรแกรมจัดการไฟล์ สิ่งแรกที่ผมทำคือปิดช่องด้านขข้างเนื่องจากใช้งานน้อยแต่กินพื้นที่มาก ที่มีประโยชน์มากก็จะเห็นเป็นมุมมองในแบบต้นไม้ที่ช่วยให้การย้ายไฟล์ไปมาทำได้สะดวก เนื่องจากไม่คอยได้ใช้ก็เลยต้องปิด ทำได้โดย F9 หรือจะเปิดก็ F9 อีกครั้ง ต่อด้วยการเปลี่ยนพื้นหลัง Nautilus เหตุที่ต้องเปลี่ยนก็เพื่อให้เห็นถึงความแตกต่างในการเรียกใช้งาน Nautilus ระหว่างผู้ใช้ธรรมดากับผู้ดูแลระบบหรือรูทนั่นเอง ถ้าหากไม่มีการเปลี่ยนจะแยกไม่ออกอาจทำอะไรผิดพลาดได้ด้วยความไม่ระมัดระวังของตัวเราเอง
ทำได้โดย เมนูแก้ไข > พื้นหลังและตรา จะใช้แบบสีหรือลวดลายก็ได้ตามใจชอบให้ลากลายที่เลือกไปวางใน Nautilus เมื่อก่อนนั้นผมใช้แบบสีแต่เดียวนี้มาใช้แบบลวดลายแล้ว ผมใช้ลายผ้าป่าน
- ปรับแต่ง Gedit โปรแกรมแก้ใชข้อความ ด้วยจุดประสงค์เดียวกันกับ Nautilus จึงมีการเปลี่ยนชุดสี ทำได้โดย เมนูแก้ไข > ปรับแต่ง > แบบอักษรและสี > เลือกตามชอบ ผมใช้ oblivion ส่วนค่าอื่นๆนั้นตามความเหมาะสมของท่าน
- เทอร์มินัล ไม่มีความแตกต่างระหว่างผู้ใช้ธรรมดากับรูท แต่พื้นขาวตัวอักษรสีดำมันไม่แนวเลยต้องเปลียน ทำได้โดย เมนูแก้ไข > ปลับแต่งโปรไฟล์ > สี > เอาสีจากชุดตกแต่งระบบออก > เลือกชุดรูปแบบสีหรือจะกำหนดเองก็ได้ ของผมใช้ชุดสีเขียวบนพื้นดำ
- ปรับแต่งพาเนล เราสามารถเพิ่มหรือลบพาเนลได้ applet ต่างๆหรือปุ่มเรียกโปรแกรมสามารถเพิ่มลบหรือย้ายไปยังตำแหน่งต่างๆได้ โดยจะขึ้นอยู่กับผู้ใช้แต่ละคนว่าจะปรับแต่งแบบใหน ที่จะแนะนำคือ
ให้สร้างปุ่มเรียกโปรแกรมที่ใช้บ่อยเช่นโปรแกรม Firefox Synaptic เทอร์มินัล มาใว้บนพาเนล ทำได้โดยไปที่ โปรแกรม > แล้วเลือกโปรแกรมที่ใช้บ่อย > คลิกแล้วรากไปวางลงบนพาเนล > คลิกขวาบนปุ่มที่ลากมา>เลือกย้าย > จัดหาตำแหน่งที่ต้องการ
ให้เพิ่ม applet ที่สำคัญลงไปบนพาเนลแล้วเอาที่ไม่ใช้ออก ที่สำคัญสำหรับผมก็มี ทรัพยากรระบบ, บังคับออก, music applet
- ปรับแต่ง applet ทรัพยากรระบบ โดยค่าเริ่มต้นจะมีการแสดงค่าเฉพาะของซีพียูเท่านั้นซึ่งไม่เพียงพอ เราจึงต้องเพิ่มการแสดงค่าอื่นด้วย ทำได้โดย คลิกขวาที่ทรัพยากรระบบ > ปรับแต่ง > เพิ่มในส่วนที่ท่านต้องการ ปรับความกว้างและเวลาที่ใช้อัพเดตข้อมูล (เวลาของผมใช้ 1500 เพื่อลดการอัพเดตข้อมูลลงจะได้ไม่โหลดเครื่อง) และต่อด้วยการเปลี่ยนสี สีที่ระบบตั้งหาให้นั้นค่าต่างๆสีจะไกล้เคียงกันมากทำให้ดูค่ายากเลยต้องเปลี่ยนก็เลือกกันตามความชอบ
- ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ทำงานเสมือน สิ่งนี้มีประโยชน์มากช่วยให้เราจัดการหน้าต่างงานได้ดีขึ้นเพราะเราไม่ต้องย่อหน้าต่างลงมาแต่เรากระจายหน้าต่างงานต่างๆไปยังอีกพื้นที่หนึ่งเมื่อมีการสลับเรียกใช้หน้าต่างก็ไม่ต้องมาย่อหน้าต่างลงให้สลับพื้นที่ทำงานแทนซึ่งทำได้เร็วกว่าการย่อแล้วขยายหน้าต่างขึ้นมา ท่านสามารถทดสอบดูได้ด้วยตัวของท่านเองว่าจริงหรือเปล่า
- เปิดใช้และปรับแต่ง compiz การ์ดจอที่เราใช้ต้องรองรับการทำงานนี้ ผมใช้การ์ดจอของ nvidia Fx 5200 ก็ใช้งานได้ดีพอสมควร ไดร์เวอร์ของ intel นั้นจะมาพร้องกับเคอร์เนลของลีนุกซ์อยู่แล้วจึงไม่น่าจะมีปัญหา ของ ati ผมไม่มีใว้ในงานเลยให้คำตอบไม่ได้ ระบบเขาแนะนำให้ใช้ Hardware driver ในการเลือกติดตั้งไดร์เวอร์ เพราะมันจะเลือกไดร์เวอร์ที่เหมาะสมกับเครื่องของเรามาให้เราเลือกติดตั้ง แต่ตอนที่ผมติดตั้งในเครื่องมันไม่ยอมติดตั้งให้จึงต้องติดตั้งจาก synaptic แทน โดยเอาชื่อไดร์เวอร์ที่มีการเลือกใว้ให้ไปหาใน synaptic และนอกจากจะต้องลงไดร์เวอร์การ์ดจอแล้วยังต้องติดตั้ง ccsm (Compiz config settings manager)
เพื่อใช้ในการปรับแต่งค่าต่างๆของ compiz เราจะมาติดตั้งไดร์เวอร์ของการ์ดจอและ ccsm โดยเริ่มจาก เปิด synaptic > ที่ช่องค้นหาแบบเร็วพิมพ์ compiz > เลือก Compizconfig settings manager > คลิกขวาเลือกให้ติดตั้ง > กระทำ จะเป็นการติดตั้งโปรแกรม ccsm และติดตั้งไดเวอร์กาดจอ ให้พิมพ์ nvidia-glx เลือกติดตั้ง nvidia-glx-173 ตามที่ Hardware driver บอกมา หรือจะติดตั้งจาก Hardware driver เลยก็ได้
เมื่อติดตั้งทุกอย่างครบแล้วก็ให้ไปเปิดใช้งานแสดงลูกเล่นตามในข้อสามก็จะสามารถใช้งานได้ และเราสามารถปรับแต่งเพิ่มเติมได้ด้วย ccsm โดยจะอยู่ที่ ระบบ > ปรับแต่งพื้นโต๊ะ > ccsm
- ปรับแต่งแมนูหลัก เหตุที่ต้องปรับแต่งเนื่องจากโปรแกรมบางตัวเราไม่ได้ใช้งานบ่อยเอาใว้ก็รกเปล่าๆเลยต้องเอาออก แต่เป็นแค่การซ่อนรายการโปรแกรมไม่ให้แสดงออกมา ถ้าจะมีการใช้งานก็สามารถเอากลับมาได้ ทำได้โดยไปที่ ระบบ > ปรับแต่งพื้นโต๊ะ > เมนูหลัก จะมีโปรแกรมที่ให้เราปรับแต่งเมนูหลัก ก็เลือกปรับตามการใช้งาน
การปรับแต่งทั้ง 11 ข้อนี้น่าจะทำให้ท่านใช้งานได้ง่ายขึ้น ก็ขอฝากให้ลองนำไปใช้ไปปฎิบัติกันดูจะทำให้ท่านเข้าใจและรักที่จะใช้อูบุนตูมากขึ้น
และในบล็อกต่อไปจะมาแนะนำเทคนิคการใช้งานโปรแกรมต่างๆที่ต้องใช้บ่อยให้ใช้งานกันได้อย่างเต็มทีเต็มความสามารถ ใครสนใจก็ติดตามได้ ของคุณอีกครั้งที่ท่านอ่านจบ
posted on 14 Sep 2009 12:50 by bbee in Linux
รถที่ดีต้องได้คนขับที่ดีถึงจะสามารถใช้ความสามารถที่มีอยู่ในรถได้อย่างเต็มที่ และผู้ขับที่ดีก็ต้องเข้าใจในลักษณะเฉพาะตัวของรถที่จะขับ รู้จักปรับตัวเองให้เข้ากับรถ
การจะใช้ลีนุกซ์ให้ได้ดีก็ต้องเช่นเดียวกันเราต้องเข้าใจในลักษณะเฉพาะตัวของลีนุกซ์เช่นเดียวกัน บางคนที่คิดจะหันมาลองใช้ลีนุกซ์อาจจะคิดว่ามันเหมือนกันกับวินโดวส์แต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่เช่นนั้น เพราะลีนุกซ์ไม่ใช่วินโดวส์ แต่ลีนุกซ์ก็ทำหน้าที่เดียวกันกับวินโดวส์ การใช้งานต่างๆจึงไม่ได้เหมือนกันเสียทีเดียวแต่ก็ไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้นเราจึงต้องมาเรียนรู้ลักษณะรูปแบบเฉพาะตัวของลีนุกซ์เพื่อให้สามารถปรับตัวมาใช้ลีนุกซ์ได้อย่างง่ายและเข้าใจ เพื่อนำไปสู่การใช้งานที่สูงขึ้นต่อไป โดยเราสามารถใช้ความรู้จากการที่เราเคยใช้วินโดวส์มาปรับตัวเพื่อใช้งานกับลีนุกซ์ได้
สิ่งที่ผู้ใช้งานลีนุกซ์หน้าใหม่ต้องรู้ในเบื่องต้นก็ควรจะมีดังนี้ (อ้างอิงอูบุนตู 9.04)
- สิทธิของท่าน ผู้ใช้งานอูบุนตูที่ login เข้ามาในระบบจะมีสิทธิการใช้งานอยู่สองสิทธิคือ สิทธิผู้ใช้งานธรรมดาไม่มีสิทธิในการปรับปรุงระบบโดยรวม แต่สามารถปรับปรุงได้เฉพาะในส่วนของตนเองดท่านั้น ทำให้ไม่สามารถติดตั้งอัพเกรดถอดถอนโปรแกรม และแก้ไขแฟ้มที่อยู่นอกโฮมของท่านได้ (โฮมของท่านคือ: /home/ชื่อของท่าน) แต่ท่านสามารถที่จะเปลี่ยนสิทธิของท่านเป็นผู้ใช้งานที่ดูแลระบบได้ คือต้องใช้สิทธิรูท ถ้าท่านใช้สิทธิรูทท่านจะสามารถทำทุกอย่างที่ท่านต้องการได้ (โปรดใช้ความระมัดระวังในใช้งานของท่านด้วยสิทธิรูท) การใช้เทอร์มินัลเราใช้สิทธิรูทได้โดยการใช้คำสั่ง sudo นำหน้าคำสั่งที่ต้องการ เช่น "sudo apt-get install firefox" คือการใช้สิทธิรูทในการติดตั้งไฟร์ฟ็อกซ์ เมื่อรันคำสั่งดังกล่าวจะมีการถามรหัสผ่าน ให้พิมพ์รหัสที่ท่านใช้ในตอนติดตั้ง ในเทอร์มินัลการพิมพ์รหัสผ่านจะไม่มีการแสดงตัวอัษรใดๆทั้งสิ้น ขอเพียงให้ท่านพิมพ์ให้ถูกก็สามารถใช้คำสั้งดังกล่าวได้ (เหตุที่ไม่มีการแสดงตัวอักษรใดๆเลยมีผู้รู้บอกมาว่าป้องกันคนข้างๆแอบดูรหัสของเรา) และถ้าเราติดตั้งโปรแกรมผ่าน synaptic ในตอนเรียกโปรแกรมขึ้นมาก็จะมีไดอะล็อกบล็อกมาถามรหัสผ่านของรูทจากเรา และนี้ก็คือการสลับสับเปลี่ยนสิทธิของผู้ใช้งานธรรมดาและผู้ดูแลระบบ ในตอนที่เราใช้สิทธิรูทเราจะมีเวลาใช้งานด้วยสิทธินี้อยู่ 15 นาที สามารถติดตั้งโปรแกรมหรืองานอื่นๆได้โดยไม่ต้องสั่ง sudo นำหน้า แต่ถ้าหลังจากนั้นต้องใช้ sudo ก่อนตามเดิม เหตุที่ต้องมีระบบแบบนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของระบบทั้งจากผู้อื่นและจากตัวท่านเอง
- การแก้ไขไฟล์หรือการสร้างลบโฟลเดอร์ที่อยู่เหนือนอกจากโฮมต้องใช้สิทธิรูท เป็นธรรมดาเมื่อเราใช้งานแล้วมีปัญหา หลังจากสอบถามหาคำตอบกับผู้รู้แล้ว ถ้าเข้าแนะนำให้แก้ไขไฟล์ตรงนี้สร้างโฟล์เดอร์ตรงนั้นบางครั้งเขาอาจจะไม่ได้บอกว่าต้องทำอย่างไร เพราะถือกันว่าผู้ใช้งานต้องมีความรู้พื้นฐานตรงนี้อยู่แล้ว เมื่อผู้ใช้งานหน้าใหม่นำกลับมาทำแล้วไม่สามารถทำได้ ทำให้คิดและเข้าใจผิดได้ว่าลีนุกซ์ใช้งานยาก เรื่องมาก ผู้ให้คำตอบตอบไม่ชัดเจน และเมื่อถามหาวิธีการแก้ปัญหาพื้นฐานนี้ ผู้รู้ก็มักจะบอกให้ไปหาในกูเกิลหรือลองค้นหาเอาเองในเว็บบอร์ด เลยสร้างความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกันกับสองฝ่าย แต่สิ่งนี้ผู้ใช้งานก็ต้องเรียนรู้ในสิ่งที่ควรรู้ เข้าใจและใช้งานได้ถูกต้อง เหมือนเมื่อครั้งตอนที่ท่านหัดใช้วินโดวส์ครั้งแรก ว่าถ้าคัดลอกอะไรก็ให้เลือกแล้วกด Ctrl+c แล้วถ้าต้องการจะวางสิ่งที่คัดลอกมาก็ให้คลิกบริเวณที่ต้องการจะวางแล้วกด Ctrl+v สิ่งเหล่านี้ท่านก็ต้องเรียนรู้ใหม่ทำความเข้าใจกับมัน นำไปใช้งานให้ถูกต้องและก็ฝึกใช้จนเป็นนิสัย ในลีนุกซ์ก็เช่นเดียวกัน
ขอกลับมาที่การแก้ไขไฟล์ การแก้ไขไฟล์ (นอกโฮมนะครับ) ให้ใช้โปรแกรมแก้ไขข้อความโดยเรียกด้วยสิทธิรูท เช่น มีการบอกให้แก้ไขไฟล์ menu.lst ที่อยู่ใน /boot/grub/ ทำได้โดย สั่ง "sudo gedit /boot/grub/menu.lst" ก็จะเป็นการเปิดไฟล์ menu.lst ด้วยสิทธิรูทที่อยู่ที่ /boot/grub/ ด้วยโปรแกรม gedit เท่านี้ท่านก็สามารถแก้ไขและบันทึกไฟล์ได้ หรือท่านจะเปิดผ่านโปรแกรมจัดการแฟ้มก็ได้ ให้สั่ง "sudo nautilus /boot/grub/" ก็จะเป็นการเปิดโปรแกรม nautilus ด้วยสิทรูทไปที่ /boot/grub/ ก็จะมีไฟล์ต่างๆที่อยู่ในโฟลเดอร์ให้เราเลือกดูไฟล์ที่ต้องการแล้วคลิกเปิดไฟล์นั้นด้วยโปรแกรมแก้ไขข้อความ ถ้ามีการให้สร้างโฟล์เดอร์ก็ให้คลิกขวาสร้างโฟลเดอร์ใหม่ได้เลย และใน nautilus ถ้าเราจะซ่อนไฟล์หรือโฟล์เดอร์ให้พิมพ์ จุดนำหน้าชื่อไฟล์นั้นเช่น ".firefox" เป็นการซ่อนโฟลเดอร์ firefox และถ้าต้องการดูไฟล์ที่ถูกซ่อนก็ให้กด Ctrl+h ซ่อนอีกครังก็กด Ctrl+h อีกครัง เพราะบางครั้งที่เรามีปัญหาแล้วผู้รู้ได้แนะนำให้แก้ไขไฟล์ที่อยู่ในโฟล์เดอร์ที่ถูกซ่อนอยู่ก็เป็นได้
- การใช้คำสั่งในเทอร์มินัล ผู้ใช้งานลีนุกซ์ต้องเรียนรู้คำสั่งพื้นฐานใว้บ้าง และต้องทำความเข้าใจในตัวคำสั่งและรูปแบบของคำสั่งให้ได้บ้างตามสมควร ถึงแม้ว่าจะมีโปรแกรมแบบกราฟฟิกให้ใช้งาน แต่บางครั้งงานบางอย่างการสั่งผ่านเทอร์มินัลก็ทำได้ดีและสะดวกกว่า
คำสั่งพื้นฐานที่ต้องรู้ก็ได้แก่
cd:ใช้ย้ายตำแหน่งการเรียกใช้งานคำสั่งเทอร์มินัล
sudo:ขอใช้สิทธิรูท
"sudo apt-get update":ใช้ปรับปรุงรายการโปรแกรม
"sudo apt-get install xxx":ใช้ติดตั้งโปรแกรม xxx
"sudo apt-get upgrade":ใช้อัพเกรดเวอร์ชันโปรแกรม xxx
"sudo apt-get remove xxx":ใช้ถอดถอนโปรแกรม xxx
"man xxx":เป็นการแสดงรูปแบบพารามิเตอร์ที่ใช้รวมกับคำสังและมีการอธิบายความหมายของค่าพารามิเตอร์ต่าง ซึ่งคำสั่งนี้จะช่วยเราได้มากในการเรียนรู้และนำไปใช้งานของคำสั่งต่างๆได้เป็นอย่างมาก เมื่อรันคำสั่งนี้แล้วจะมีข้อมูลอธิบายค่าต่างๆให้เราอ่านถ้าจะออกจากโหมดนี้ให้กดปุ่ม q ก็จะกลับมาทีบรรทัดคำสังตามเดิม
"info xxx":เป็นการอธิบายเกี่ยวกับคำสั่ง xxx คลายกันกับคำสั่ง man
ในเบื้องต้นผู้ใช้งานหน้าใหม่ก็ควรจะรู้และเข้าใจความหมายของคำสั่งเหล่านี้ก่อน จากนั้นค่อยเรียนรู้ในคำสั่งอื่นๆต่อไป โดยใช้คำสั่ง man และ info ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
- การเรียกใช้คำสั่งให้ถูกที่ บ่อยครั้งที่ผู้ใช้งานหน้าใหม่ใช้งานแล้วเกิดปัญหาเมื่อไปสอบถามกับผู้รู้ก็ได้รับคำตอบว่าให้ใช้คำสั่งนี้คำสั่งนี้ เมื่อผู้ใช้งานหน้าใหม่นำไปใช้กลับใช้การไม่ได้ ถ้าคำสั่งถูกต้องก็มักจะมีปัญหามาจากตำแหน่งการรันคำสั่งนั้นไม่ตรงกับตำแหน่งที่ควรจะเป็น โดยเห็นได้บ่อยมากกับการที่ต้องโหลดไฟล์มาแล้วให้รันคำสังแตกไฟล์ออกมา แต่พอสั่งตามที่ผู้รู้ได้บอกกลับใช้งานไม่ได้ เพราะโดยปกติแล้วเมื่อเราเปิดเทอร์มินัลขึ้นมาตำแหน่งการเรียกใช้คำสั่งก็จะอยู่ที่ /home/bb (bb คือชื่อของท่าน) แต่ตอนที่ท่านโหลดไฟล์มาไฟล์ของท่านอยู่ที่หน้าเดสก์ท็อปหรือทีอื่นก็แล้วแต่ ทำให้เมื่อรันคำสั่งก็จะไม่เจอไฟล์ดังกล่าว แต่บางคนอาจโหลดไฟล์ใว้ในโฮมของตนแล้วรันคำสั่งก็ใช้งานได้ดี แต่พอมีเหตุการแบบนี้อีกแต่คราวนี้ไม่ได้โหลดไฟล์มาใว้ที่โฮมเมือรันคำสั่งกลับมีปัญหา เพราะครั้งแรกที่ไม่มีปัญหาเพราะท่านโชคดีแต่ท่านไม่เข้าใจในการใช้งานที่ถูกต้องเลยต้องมีปัญหาในครั้งที่สอง การแก้ปัญหาเหล่านี้ทำได้โดยย้ายไฟล์มาในตำแหน่งที่ถูกต้อง แต่งานบางอย่างเราย้ายไฟล์ไม่ได้ก็ต้องย้ายตำแหน่งการทำงานแทน (มันไม่มาหาเราเราก็ต้องไปหามัน) โดยใช้คำสั่ง cd ตามด้วยตำแหน่งที่จะไป เช่น "cd /home/bb/เดสก์ท็อป" เป็นการย้ายตำแหน่งการทำงานไปที่เดสก์ท็อป เมื่อรันคำสั่งก็จะไม่มีปัญหาแต่ประการใด
- การติดตั้งโปรแกรม ในอูบุนตูเราสามารถติดตั้งโปรแกรมได้หลากหลายวิธีมาก ที่ขอแนะนำ
- "sudo apt-get install xxx" แบบใช้เทอร์มินัล ข้อดีทำงานได้เร็วไม่โหลดเครื่อง ใช้ได้ดีกับคนที่รู้จักชื่อโปรแกรมอยู่แล้ว หรือจากเว็บที่จะมีการบอกชื่อโปรแกรมที่ต้องติดตั้ง เราก็สามารถ Ctrl+c, Ctrl+v, enter ได้เลย แล้วรอตามความเร็วของอินเทอร์เน็ตที่ใช้ก็จะได้โปรแกรมมาใช้งาน
- synaptic โปรแกรมช่วยติดตั้งโปรแกรมแบบกราฟฟิก ใช้งานง่ายมีช่องค้นหาทำให้หารายชื่อโปรแกรมที่ต้องการได้เร็ว มีการแบ่งแยกรายชื่อโปรแกรมที่ติดตั้งแล้ว สามารถอัพเกรดได้ ไม่มีการติดตั้ง ช่วยให้การติดตั้งอัพเกรดถอดถอนทำได้สะดวกรวจเร็ว แนะนำให้ใช้ synaptic เป็นโปรแกรมหลักในการเลือกติดตั้งโปรแกรม
- ติดตั้งด้วย .deb ไฟล์ การติดตั้งแบบนี้คลายกับการติดตั้งโปรแกรมในวินโดวส์ คือ ต้องไปหาโหลด .deb ไฟล์เอาเอง ได้มาจะเก็บใว้ที่ไหนก็ได้ ให้ดับเบิลคลิกที่ไฟล์ก็จะมีโปรแกรมขึ้นมาทำการตรวจสอบไฟล์เมื่อพบว่ามีไฟล์อื่นๆครบตามที่ต้องการก็จะสามารถติดตั้งโปรแกรมดังกล่าวได้ แต่ถ้าไม่ก็ต้องหามาให้ครบ โดยการติดตั้งในรูปแบบนี้มีข้อดีคือเราสามารถคัดลอกไฟล์ .deb ไปลงที่เครื่องอื่นได้แบบเดียวกับไฟล์ติดตั้งของวินโดวส์ แต่ข้อเสียคือไม่สามารถอัพเกรดโปรแกรมได้และบางโปรแกรมต้องใช้ไฟล์ .deb หลายไฟล์จึงจะได้โปรแกรมครบตามที่ต้องการ
สิ่งควรรู้ห้าข้อนี้ถ้าท่านรู้เข้าใจและสามารถนำไปใช้งานได้อย่างถูกต้อง ท่านจะสามารถใช้งานลีนุกซ์ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และช่วยเหลือแนะนำผู้อื่น ได้อย่างสะดวกและรวจเร็ว
ก็ขอฝากใว้ให้ผู้ใช้งานลีนุกซ์หน้าใหม่และผู้ที่ให้ความสนใจในลีนุกซ์ได้ทำความเข้าใจในลักษณะเฉพาะเหล่านี้ใว้ด้วย ถ้าหากใช้งานแล้วมีปัญหาติดขัดอะไรตรงไหนก็สามารถไปตั้งกระทู้สอบถามปัญหาของท่านได้ที่เว็บบอร์ดของ ubuntuclub.com
ปล. ในบล็อกต่อไปจะมาแนะนำการปรับแต่งให้อูบุนตูใช้งานได้สะดวกขึ้น ใครสนใจก็รอติดตามได้ ขอบคุณที่ท่านอ่านจบ
posted on 06 Sep 2009 10:59 by bbee in Linux
เดียวนี้คอมพิวเตอร์ได้พัฒนาไปไกลมากใครที่คิดจะวิ่งตามเทคโนโลยีคงจะหมดตัวเป็นแน่ ซื้อเครื่องใหม่มาวันนี้อาทิตย์หน้าก็มีรุ่นใหม่ออกมาอีกแล้วแถมรุ่นที่เราซื้อก็ลดราคาลงมาอีก ดังนั้นใครที่คิดจะวิ่งตามเทคโนโลยีละก็อาจจะรวยน้อยลงได้ คอมเครื่องที่ผมใช้อยู่ก็ซื้อมาตั้งแต่ปี 2004 นี้ก็จะ 5 ปีแล้วแต่ก็ยังใช้อยู่ ปีหน้าก็คงจะต้องซื้อใหม่ได้แล้ว ผมรอ Intel ปล่อยซีพียูตัวใหม่ก่อน ไม่รู้ว่าจะกั๊กใว้อีกนานแค่ใหน usb 3.0 ด้วย คงจะมาพร้อมๆ กัน
กลับมาว่ากันต่อ เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนไปมากอุปกรณ์ต่างๆก็ออกมามาก เครื่องคอมแต่ละเครื่องก็มีเสปกแตกต่างกัน แล้วเราจะตรวจสอบเสปกของเครื่องต่างๆเหล่านี้ได้อย่างไร สำหรับ windows ก็มีโปรแกรมที่ทำหน้าที่พวกนี้อยู่หลายตัวที่ใช้กันมากก็คงจะเป็น cpu-z แล้วคนใช้ Linux ละจะใช้โปรแกรมอะไรในการตรวจสอบ วันนี้ผมจึงอยากจะแนะนำโปรแกรมตรวจดูเสปกเครื่องแบบฉบับชาว Linux ให้ชมกัน และก็แน่นอนครับใช้ command-line แบบกราฟฟิกนั้นผมไม่เคยใช้
มาดูกันเลยดีกว่า
- sudo lshw -short
เป็นคำสั่งที่ใช้แสดงรายละเอียดทั้งหมดของฮาร์ดแวร์ที่เราใช้ ตั้งแต่ เมนบอร์ด ซีพียู แรม การ์ดจอ ฮาร์ดดิสก์

- cat /proc/cpuinfo
เป็นคำสั่งที่ใช้แสดงรายละเอียดเฉพาะของซีพียู ซึ่งต่างจากคำสั่งก่อนหน้ารี้ที่แสดงรายระเอียดทั้งหมดของฮาร์ดแวร์

- sudo fdisk -l
เป็นคำสั่งที่ใช้แสดงรายระเอียดพาททิชั่งของฮาร์ดดิสก์ ดูว่าเครื่องของเรามีกี่พาททิชั่น ขนาดเท่าใหร

- sudo hdparm -Tt /dev/sda
เป็นคำสั่งที่ใช้แสดงค่าความเร็วในการอ่านข้องมูลของฮาร์ดดิสก์

- free
เป็นคำสั่งที่ใช้ดูปริมาณการใช้แรมของระบบว่ามีการใช้งานมากน้อยเพียงใด

- top
เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับแสดงรายการโปรแกรมที่กำรังทำงานอยู่ ใช้ดูว่าโปรแกรมใช้งานซีพียู แรม มากน้อยเพียงใด
ใครที่ใช้ Linux อยู่แล้วอยากตรวจดูเสปกเครื่องก็สามารถทำได้ตามที่ได้นำเสนอไป
วงการคอมพิวเตอร์กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อ 3 ระบบปฎิบัตรการหลักของโลกอย่าง Windows 7 พระเอกตัวใหม่ของชาว PC ตามมาด้วย Snow Leopard 10.6 พระเอกตัวใหม่ของชาว Mac และ Ubuntu 9.10 (Karmic Koala) พระเอกตัวใหม่ของชาว Linux พระเอกของใครจะเทพกว่ากันก็คงต้องรอดูกันเมื่อตัวเต็มของแต่ละเจ้าออกมาให้ใช้งานกัน
ตอนนี้เรามาดูกันว่าตัวทดสอบที่ได้ปล่อยออกมาอย่าง Windows 7 RC และ Ubuntu Karmic Alpha 2 ใครจะเทพกว่ากันในเรื่องของความเร็วในการเปิดปิดเครื่อง ซึ่งการเปิดปิดเครื่องเป็นสิ่งที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทุกคนต้องทำกันอยู่แล้ว และสิ่งนี้ก็มักจะเป็นหนึ่งในฟิวเจอร์หลักที่ถูกหยิบยกมานำเสนอทุกครั้งจากผู้ผลิดระบบปฎิบัตรการ ครั้งนี้ก็เหมือนกันแล้วใครกันละจะทำได้ดีกว่ากัน
การทดสอบนี้เป็นการทดสอบความเร็วในการเปิดปิดเครื่องของ Windows 7 RC และ Ubuntu Karmic Alpha 2 โดยทดสอบบนโน้ตบุ๊ก Sony Vaio โดยตัวที่เป็น Windows 7 RC นั้นใช้ CPU Intel C2D 7250 และของ Ubuntu Karmic Alpha 2 นั้นใช้ CPU Intel C2D 7100
จะเห็นว่า Ubuntu Karmic Alpha 2 เร็วกว่า Windows 7 RC โดย
- การเปิดเครื่อง
Ubuntu Karmic Alpha 2 ใช้เวลา 32 วินาที
Windows 7 RC ใช้เวลา 44 วินาที
- การปิดเครื่อง
Ubuntu Karmic Alpha 2 ใช้เวลา 10 วินาที
Windows 7 RC ใช้เวลา 20 วินาที
ใครทำได้ดีกว่ากันก็คงจะได้เห็นกันแล้ว แต่สิ่งนี้ก็ไม่สามารถจะสรุปได้ว่า Ubuntu เร็วกว่า Windows จนกว่าเราจะได้ลองใช้ด้วยตัวเอง การปรับแต่งและการใช้งานของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน ระบบของใครเอื้อต่อการปรับแต่งมากกว่ากัน โดยส่วนตัวผมนั้นยังไม่เคยใช้ Windows 7 เลยไม่รู้ว่าสามารถปรับแต่งได้มากน้อยแค่ใหน แต่กับ Ubuntu นั้นทำได้ดีกว่านี้แน่นอน
ปล. อย่าเชื่อผมถ้าคุณไม่ได้ลองเอง 
ที่มา http://anotherubuntu.blogspot.com
posted on 30 May 2009 15:34 by bbee in Linux
ลินุกซ์อันดับ 1 ของใครหลายคนในช่วงเวลาที่ผ่านมาคงต้องยกให้กับ Ubuntu แต่ว่าตอนนี้มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นอีกต่อไปแล้ว Ubuntu ไม่ได้เป็นลินุกซ์อันดับ 1 แล้วในเวลานี้ เพราะว่าลินุกซ์อันดับ 1 ในเวลานี้คือ Mint 7
อ่างอิงจาก http://distrowatch.com/
จะเห็นได้ว่าช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา Ubuntu ยังเป็นลินุกซ์อันดับ 1 อยู่ เพราะว่าที่ผ่านมา Ubuntu ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ลินุกซ์เป็นอย่างมาก และก็ไม่มีทีท่าว่าจะมีใครมาชิงตำแหน่งนี้ไปได้ คู่ท้าชิงของ ubuntu ที่ผ่านมาและก็เคยก้าวข้าม Ubuntu ไปได้ก็คือ PCLinuxOS แต่ Ubuntu ก็สามารถเอาคืนมาได้ แต่ว่าวันนี้ PCLinuxOS ก็ได้รับความนิยมลดลง
และตอนนี้ Mint ก็ได้กลายมาเป็นผู้ท้าชิง
ซึ่ง Mint ก็ไม่ใช่ใครอื่นที่ใหน
แต่เป็น Ubuntu
ที่ได้รับการต่อยอดเพิ่มความสามารถและปรับแต่งให้เป็นไปในรูปแบบและแนวทางของตัวเอง แต่ทำไม่ Mint
ถึงได้ก้าวข้าม Ubuntu
ไปได้ละ ก็เพราะว่า Ubuntu
เดินพลาดดันไปมีปัญหากับกลุ่มผู้ใช้การ์ดจอ
Intel ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา
และตอนนี้ Mint 7
ก็ออกมาได้ไม่นานจึงได้รับความสนใจจากผู้ที่ผิดหวังกับ
Ubuntu แล้วหันไปใช้
Mint 7 กัน
แต่เมื่อดูจากข้อมูล 7
วันที่ผ่านมาจะเห็นว่า
openSUSE
ได้จ่อท้ายมาติดๆแล้วด้วยและก็ยังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในขณะที่
Ubuntu กลับมีความนิยมลดลง
ไม่แน่ Ubuntu
อาจจะตกต่ำกว่านี้ก็ได้
แต่ผมว่าคงอีกไม่นาน ubuntu
คงจะได้รับความนิยมกลับมาเป็นลินุกซ์อันดับ
1 อีกครั้งในเร็ววันนี้
เพราะปัญหาต้องมีใว้แก้ใขไม่ใช่มีใว้สะสม